 พันธุ์ข้าว
11 คำถาม/ตอบเกี่ยวกับพันธุ์ข้าว
1.พันธุ์ข้าวต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ
2.พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่สูญหายแล้ว จะหามาปลูกได้ที่ไหน
3.พันธุ์ข้าวทนหนาว
4.พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่มีหรือยัง
5.พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่หาซื้อได้ที่ไหน
6.พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงสุด
7.พันธุ์ข้าวที่มีอายุเบา
8.ปัญหาความสับสนของชื่อพันธุ์ข้าว
9.ทรัพยากรพันธุกรรมข้าวไทย สูญหายจริงหรือ
10.การแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์ข้าวกับต่างประเทศ ใครได้
ใครเสีย
11.การจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวมีความจำเป็นหรือไม่
1.พันธุ์ข้าวต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ
คำตอบ สำหรับพันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบัน
2.พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่สูญหายแล้ว จะหามาปลูกได้ที่ไหน
คำตอบ ติดต่อที่ธนาคารเชื้อพันธุ์พืช ฯ สำนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ
กรมวิชาการเกษตร
โทร 02-9046885-90 โทรสาร 02-9046885 ต่อ 555
3.พันธุ์ข้าวทนหนาว
คำตอบ ปัจจุบันมีพันธุ์ข้าวที่ทนทานสภาพอากาศหนาวเย็นบนพื้นที่สูงได้ดีคือ
พันธุ์ข้าวหลวงสันป่าตอง
ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง
4.พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่มีหรือยัง
คำตอบ พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ ปัจจุบันมี 4 พันธุ์
ที่เป็นพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงปลูกได้ทั้งปี คือ พันธุ์ชัยนาท
2 พัทลุง
บางแตน
สุพรรณบุรี
3 พันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง 1 พันธุ์ เป็นข้าวน้ำลึกปลูกได้เฉพาะนาปี
คือ อยุธยา 1
และจะออกพันธุ์ใหม่มาอีก โปรดคอยติดตามการประกาศพันธุ์ข้าวใหม่
5.พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่หาซื้อได้ที่ไหน
คำตอบ หาซื้อพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ได้ตามรายชื่อซึ่งดูข้อมูลสถานที่จำหน่ายเมล็ดในองค์ความรู้เรื่องข้าว
หรือที่ศูนย์วิจัยข้าว/ศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ข้าว
6.พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงสุด
คำตอบ
6.1 ข้าวเจ้า
6.1.1
ข้าวอมิโลสต่ำ (ข้าวนุ่มเหนียว) คือ ปทุมธานี
1
6.1.2
ข้าวอมิโลสปานกลาง (ข้าวร่วน นุ่ม ) คือ สุพรรณบุรี
2
6.1.3
ข้าวอมิโลสสูง (ข้าวร่วน แข็ง ) คือ สุพรรณบุรี
1 พิษณุโลก
2
6.2 ข้าวเหนียว คือ สันป่าตอง
1
7.พันธุ์ข้าวที่มีอายุเบา
คำตอบ พันธุ์ข้าวที่อายุเบา
7.1 ข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ได้แก่ กข15
ขาวดอกมะลิ
105
7.2 ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ได้แก่ สุพรรณบุรี
2 ชัยนาท
2 พัทลุง
บางแตน
7.3 ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง ได้แก่ น้ำสะกุย
19 หางยี
71 กข6
เหนียวอุบล
2
7.4 ข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสง ไม่มีพันธุ์ใดที่อายุเบา
8.ปัญหาความสับสนของชื่อพันธุ์ข้าว
คำตอบ ปัจจุบันเกษตรกรได้นำพันธุ์ข้าวจากแปลงทดสอบผลผลิตนาราษฎร์ไปปลูกอย่างแพร่หลายโดยใช้ชื่อตามป้าย
ซึ่งอาจเป็นหมายเลขของสายพันธุ์ เช่น สุพรรณ 33 (รับรองพันธุ์ชื่อ สุพรรณบุรี
1) สุพรรณ 35 (รับรองพันธุ์ชื่อ สุพรรณบุรี
2) เบอร์ 17 (ยังไม่ออกเป็นพันธุ์รับรอง) หรือใช้ชื่ออื่น ๆ เช่น ราชินี
(คือ สุพรรณบุรี
2) เป็นต้น
9. ทรัพยากรพันธุกรรมข้าวไทย สูญหายจริงหรือ?
คำตอบ การสูญหายทางพันธุกรรมเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
ภัยธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ ในอดีตเราเคยมีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองอยู่มากมายในทุกภาคของประเทศ
ปัจจุบัน พันธุ์ข้าวพื้นเมืองส่วนหนึ่งสูญหายไปเนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่น
น้ำท่วม แล้ง ฯลฯ แต่ที่สำคัญคือความนิยมของเกษตรกรในการเลือกปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง
ทำให้ความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นเมืองลดลงอย่างรวดเร็ว พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่เกษตรกรเลิกปลูกแล้วนั้นอาจมีลักษณะทางพันธุกรรมหรือคุณสมบัติที่ดีบางประการ
เช่น ความต้านทานโรค ต้านทานแมลง คุณค่าทางอาหาร คุณค่าทางเภสัชกรรม เป็นต้น
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องช่วยกันรักษาพันธุกรรมข้าวไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นแหล่งพันธุกรรมที่สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตามยังมีพันธุ์ข้าวจำนวนมากถูกเก็บอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์พืชและยังมีการอนุรักษ์ไว้ในแหล่งต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวในสมัยก่อนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเชื้อพันธุ์ข้าว
จึงมีการดำเนินงานสำรวจ รวบรวม และอนุรักษ์เชื้อพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
มีตัวอย่างกรณีของข้าวพื้นเมืองบางพันธุ์ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าสูญหายไปแล้ว
เช่น พันธุ์เฟืองคำ พวงนาค หอมนายพล ข้าวเหนียวเขี้ยวงูฯลฯ แต่พันธุ์เหล่านี้ยังคงมีการดูแลรักษาและอนุรักษ์ไว้อย่างดีในธนาคารเชื้อพันธุ์พืช
ซึ่งสถาบันการศึกษา นักวิจัย ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอเมล็ดเชื้อพันธุ์ไปใช้เพื่อการศึกษา
วิจัย หรือนำกลับไปปลูกฟื้นฟูในท้องถิ่นเดิมได้
10. ถาม การแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์ข้าวกับต่างประเทศ ใครได้ ใครเสีย?
คำตอบ เชื้อพันธุ์พืชมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิจัยและพัฒนาพันธุ์
แต่การปรับปรุงพันธุ์โดยอาศัยเชื้อพันธุ์ภายในประเทศเพียงอย่างเดียวมักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ
เนื่องจากมีฐานทางพันธุกรรมแคบหรือขาดพันธุกรรมของลักษณะที่ต้องการ เช่น
ลักษณะผลผลิตสูง ไม่ไวต่อช่วงแสง ต้านทานโรคแมลง ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
ฯลฯ จากการดำเนินงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวในประเทศไทย ปรากฏว่า ข้าวพันธุ์รับรองและพันธุ์แนะนำของทางราชการหลายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงหรือมีลักษณะดีเด่นอื่นๆ
ซึ่งเกษตรกรยอมรับและใช้ปลูกอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีที่มาจากการนำเชื้อพันธุ์ต่างประเทศมาใช้เป็นพ่อแม่ในการผสมพันธุ์กับข้าวพันธุ์พื้นเมือง
ดังนั้น การนำเข้าเชื้อพันธุ์ข้าวจากต่างประเทศจึงทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์
แต่เราคงไม่สามารถนำเข้าเชื้อพันธุ์ฝ่ายเดียวโดยไม่ยอมแลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นบ้าง
เพราะการแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์ข้าวเป็นความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ต่องานวิจัยและผลผลิตข้าวของเกษตรกรโดยส่วนรวม
อนึ่ง จำนวนเชื้อพันธุ์ข้าวในธนาคารเชื้อพันธุ์พืชของประเทศไทยปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ
24,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ ในจำนวนนี้เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองประมาณ 20,000
ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ ในขณะที่เชื้อพันธุ์ข้าวซึ่งอนุรักษ์ไว้ที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ
หรือ IRRI มีอยู่มากกว่า 100,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ และจำนวนเชื้อพันธุ์ข้าวในโลกนี้ทั้งหมดคาดว่ามีอยู่ประมาณ
420,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ โดยปริมาณและสัดส่วนของเชื้อพันธุ์ข้าวดังกล่าวจะเห็นว่าประเทศไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์ข้าวกับประเทศอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เราอาจเสียเปรียบประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถวิเคราะห์คุณค่าและความเป็นประโยชน์ของเชื้อพันธุ์
รวมทั้งสามารถสกัดเอายีนหรือสารพันธุกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ดังนั้น
ในการแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์จึงต้องทำข้อตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเชื้อพันธุ์หรือ
MTA ที่จำกัดการนำเชื้อพันธุ์ไปใช้ประโยชน์เฉพาะในการศึกษา วิจัย และปรับปรุงพันธุ์
โดยมิใช่เพื่อการค้า รวมทั้งระบุสิทธิของประเทศซึ่งเป็นเจ้าของพันธุกรรมและกำหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า
11. การจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวมีความจำเป็นหรือไม่?
คำตอบ การจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าว ที่ถูกต้องน่าจะใช้คำว่า
“การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ข้าว” เพราะคำว่าสิทธิบัตรใช้กับสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์
ซึ่งการประดิษฐ์เกี่ยวกับจุลชีพ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช
จะไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และกฎหมายของต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่รับรองการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชหรือสัตว์
แต่มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก พันธุ์ข้าวของไทยมีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของประเทศอื่นๆ
ที่มีการปลูกข้าว ทั้งในการนำไปปลูกเพื่อการผลิตโดยตรงหรือนำไปใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวใหม่ๆ
จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการคุ้มครองพันธุ์ข้าวไทย ทั้งมาตรการคุ้มครองพันธุ์ข้าวภายในประเทศและมาตรการที่ใช้คุ้มครองพันธุ์ข้าวในต่างประเทศ
มาตรการที่ใช้คุ้มครองพันธุ์ข้าวภายในประเทศ ได้แก่ การประกาศให้ข้าวเปลือกเป็นสินค้าห้ามส่งออก
ตาม พ.ร.บ.นำเข้า ส่งออก ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 การออกหนังสือรับรองพันธุ์ข้าวขึ้นทะเบียน
ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.พันธุ์พืช (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2535 และการคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์หรือการคุ้มครองทรัพยากรของชุมชน
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ส่วนมาตรการที่ใช้คุ้มครองพันธุ์ข้าวในต่างประเทศ
ได้แก่ การโต้แย้งสิทธิในกรณีของการละเมิด (เช่น การจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้า
“ข้าวจัสมาติ” ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าข้าวไทย) และการขอรับความคุ้มครองในลักษณะทรัพย์สินทางปัญญา
(เช่น การจดทะเบียนคุ้มครองข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา)
การได้รับความคุ้มครองพันธุ์ข้าวในต่างประเทศจะช่วยป้องกันการละเมิดโดยประเทศคู่แข่งทางการค้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีพันธุ์ข้าวที่มีศักยภาพสูงทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากไม่มีการคุ้มครองสิทธิแล้วอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากแก่การผลิตและการค้าข้าวของประเทศไทย
|