คู่มือการจัดการด้านการผลิต

เกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ข้าวนาชลประทาน

 


แหล่งปลูก
1. สภาพพื้นที่
 
พื้นที่นาชลประทานทุกภาคของประเทศ
เป็นที่ราบลุ่ม สามารถควบคุมระดับน้ำได้
ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร
ห่างไกลจากแหล่งมลพิษ
การคมนาคมสะดวก
2. ลักษณะดิน
 
ดินเหนียวถึงดินร่วนเหนียว
มีความอุดมสมบูรณ์สูงถึงปานกลางและสามารถอุ้มน้ำได้ดี
ระดับหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร
มีค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.0-6.5
3. สภาพภูมิอากาศ
 
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตประมาณ 22-23 องศาเซลเซียส
มีแสงแดดจัด
4. แหล่งน้ำ
 
มีคลองชลประทาน หรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ที่มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ตลอดฤดูปลูก
เป็นน้ำสะอาด ปราศจากสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีพิษปนเปื้อน

 


พันธุ์
1. การเลือกพันธุ์
 
มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ
ให้ผลผลิตสูง
ต้านทานโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญในท้องถิ่น
เจริญเติบโตดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ
2. พันธุ์ที่นิยมปลูก
  ส่วนใหญ่ปลูกพันธุ์ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสงทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง และเป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ
 
2.1 พันธุ์ข้าวเจ้า
 
กข7 อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 675 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสปานกลาง ข้าวสุกค่อนข้างร่วนและนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 1 สัปดาห์ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง ค่อนข้างทนทานต่อดินเปรี้ยว
กข23 อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 800 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสปานกลาง ข้าวสุกค่อนข้างร่วนและนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 5 สัปดาห์ ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบหงิก เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว
ข้าวเจ้าหอมคลองหลวง 1 อายุเก็บเกี่ยว 118-125 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 620 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม เหนียว และหอมคล้ายขาวดอกมะลิ 105 เมล็ดมีระยะพักตัว 6 สัปดาห์ ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว
ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี อายุเก็บเกี่ยว 118-122 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 630 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม เหนียว และหอมคล้ายขาวดอกมะลิ 105 เมล็ดมีระยะพักตัว 4 สัปดาห์ ค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว
ชัยนาท 1 อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 740 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสสูง ข้าวสุกร่วนและแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 8 สัปดาห์ ต้านทานโรคใบหงิก ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว นอกจากใช้บริโภคแล้วยังใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี
ปทุมธานี 1 อายุเก็บเกี่ยว 112-125 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 775 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอม เมล็ดมีระยะพักตัว 4 สัปดาห์ ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดหลังขาว และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
พิษณุโลก 2 อายุเก็บเกี่ยว 118-122 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 643 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสสูง ข้าวสุกร่วนและแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 8 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดหลังขาว และเพลี้ยจักจั่นสีเขียว นอกจากใช้บริโภคแล้วยังใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี
สุพรรณบุรี 1 อายุเก็บเกี่ยว 120-125 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 806 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสสูง ข้าวสุกร่วนและแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 3 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้ โรคใบหงิก โรคขอบใบแห้งเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และ เพลี้ยกระโดดหลังขาว นอกจากใช้บริโภคแล้วยังใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี
สุพรรณบุรี 2 อายุเก็บเกี่ยว 90-110 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 700 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสปานกลาง ข้าวสุกนุ่มค่อนข้างแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 6 สัปดาห์ ต้านทานโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สุพรรณบุรี 60 อายุเก็บเกี่ยว 120วัน ผลผลิตเฉลี่ย 700 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสปานกลาง ข้าวสุกนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 4 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
สุพรรณบุรี 90 อายุเก็บเกี่ยว 115-125 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 600 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสสูง ข้าวสุกร่วนและแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 3 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง โรคใบหงิก โรคใบสีส้ม และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สุรินทร์ 1 อายุเก็บเกี่ยว 135-140 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 622 กิโลกรัมต่อไร่ อมิโลสสูง ข้าวสุกร่วนและแข็ง เมล็ดมีระยะพักตัว 4 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง ทนทานดินเค็มและความแห้งแล้ง นอกจากใช้บริโภคแล้วยังใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี
2.2 พันธุ์ข้าวเหนียว
 
กข10 อายุเก็บเกี่ยว 130-135 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 660 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุกนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 5 สัปดาห์ ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้
แพร่ 1 อายุเก็บเกี่ยว 120-130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 650 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุกนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 6 สัปดาห์ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง โรคใบหงิก และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สกลนคร อายุเก็บเกี่ยว 125-130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 467 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุกนุ่มและหอม เมล็ดมีระยะพักตัว 3 สัปดาห์ ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สันป่าตอง 1 อายุเก็บเกี่ยว 130-135 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 630 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุกนุ่ม เมล็ดมีระยะพักตัว 8 สัปดาห์ ต้านทานโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง
   

 


การปลูก
1. ฤดูปลูก
 
ปลูกได้ตลอดปี แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงการปลูกที่ต้นข้าวจะออกดอกในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการปลูกที่ต้องเก็บเกี่ยวในช่วงที่ฝนชุก
เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องวางแผนการปลูกที่เหมาะสม
2. การเตรียมเมล็ดพันธุ์
 
ใช้เมล็ดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น สถานีทดลองข้าว ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว และศูนย์ขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร
หากใช้เมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ตรงตามพันธุ์ สะอาด และมีความงอกไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ปลูกโดยวิธีปักดำ ใช้เมล็ดพันธุ์ 5-7 กิโลกรัม ตกกล้าเพื่อปักดำในพื้นที่ 1 ไร่
ปลูกวิธีหว่านน้ำตม ใช้เมล็ดพันธุ์ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่
นำเมล็ดใส่ถุงผ้าดิบหรือกระสอบป่าน แช่น้ำ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปหุ้ม 36-48 ชั่วโมง โดยวางกลางแดด คลุมด้วยกระสอบป่าน หมั่นรดน้ำให้กระสอบเปียก
3. การเตรียมดินและวิธีปลูก
  ถ้าต้องการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
 
หว่านปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนเตรียมดิน
หว่านเมล็ดพืชปุ๋ยสด เช่น โสนแอฟริกัน อัตราเมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกข้าวประมาณ 2 เดือน ไถกลบเมื่อพืชปุ๋ยสดมีอายุประมาณ 50 วัน
 
3.1 การปลูกโดยวิธีปักดำ มี 2 ขั้นตอน
  การตกกล้า
 
เตรียมแปลงตกกล้า โดยไถดะ ทิ้งไว้ 7-10 วัน ไถแปร เอาน้ำเข้า แช่ขี้ไถ คราดปรับระดับผิวดินแล้วทำเทือก
แบ่งแปลงย่อย กว้างประมาณ 1-2 เมตร ยาวตามความยาวของแปลง ทำร่องน้ำระหว่างแปลงกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วระบายน้ำออก
หว่านเมล็ดข้าวที่เตรียมไว้ (ตามข้อ 3.2) บนแปลงให้สม่ำเสมอ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 50-70 กรัมต่อตารางเมตร
อย่าให้น้ำท่วมแปลงกล้า แต่ให้มีความชื้นเพียงพอสำหรับการงอก เพิ่มระดับน้ำตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว อย่าให้ท่วมต้นข้าวและไม่เกิน 5 เซนติเมตร จากระดับหลังแปลง
  การปักดำ
 
เตรียมแปลงปักดำโดยไถดะ ทิ้งไว้ 7-10 วัน ไถแปร เอาน้ำเข้า แช่ขี้ไถ คราดปรับระดับผิวดินแล้วทำเทือก รักษาระดับน้ำในแปลงปักดำประมาณ 5 เซนติเมตรจากผิวดิน
ปักดำโดยใช้ต้นกล้าอายุประมาณ 25 วัน
ระยะปักดำ 20x20 เซนติเมตร จำนวน 3-5 ต้นต่อกอ
รักษาระดับน้ำในนาให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นข้าวประมาณ 0-10 เซนติเมตร
อย่าปล่อยให้ต้นข้าวขาดน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกำเนิดช่อดอกถึงออกรวง
หลังข้าวออกรวง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วประมาณ 20 วัน ระบายน้ำออก
3.2 การปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม
 
เตรียมแปลงโดยไถดะ ทิ้งไว้ 7-10 วัน ไถแปร เอาน้ำเข้าแช่ขี้ไถให้พอเหมาะกับการคราด คราดปรับระดับผิวดิน แล้วทำเทือก
แบ่งแปลง กว้าง 5-10 เมตร ยาวตามความยาวของแปลง ทำร่องน้ำระหว่างแปลงกว้าง 30 เซนติเมตร แล้วระบายน้ำออก
หว่านเมล็ดข้าวที่เตรียมไว้ (ตามข้อ 3.2) บนแปลงให้สม่ำเสมอใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่
หลังหว่านเมล็ด อย่าให้น้ำท่วมแปลง แต่ให้มีความชื้นเพียงพอ สำหรับการงอก ค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว อย่าให้ท่วมต้นข้าว และไม่ควรลึกเกิน 10 เซนติเมตร
อย่าปล่อยให้ต้นข้าวขาดน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกำเนิดช่อดอกถึงออกรวง
หลังข้าวออกรวง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วประมาณ 20 วัน ระบายน้ำออก
   

 


การดูแลรักษา
1. การให้ปุ๋ย
 
1.1 นาดำ
 
ครั้งที่ 1 ให้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ที่ระยะปักดำหรือก่อนปักดำ 1 วัน แล้วคราดกลบ หรือให้หลังปักดำ 15-20 วัน (หากเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายควรใช้สูตร 16-16-18)
ครั้งที่ 2 ให้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูตร 21-0-0 อัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะกำเนิดช่อดอก หรือ 30 วันก่อนข้าวออกดอก
ครั้งที่ 3 ให้ปุ๋ยสูตร และอัตราเช่นเดียวกับครั้งที่ 2 ที่ระยะ 10-15 วันหลังระยะกำเนิดช่อดอก
1.2 นาหว่านน้ำตม
 
ครั้งที่ 1 ให้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะ 20-30 วันหลังข้าวงอก (หากเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายควรใช้สูตร 16-16-8)
ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เช่นเดียวกับนาดำ
2. การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ
  ศัตรูธรรมชาติของแมลงสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญพบทั่วไป ได้แก่
 
แมลงห้ำ มี 3 ชนิด
 
- ด้วงเต่า ตัวเต็มวัยมีลักษณะกลม ขนาดประมาณ 0.3-0.7 เซนติเมตร ด้านล่างแบนราบ ด้านบนโค้งนูน ปีกเป็นเงา มีสีส้ม สีแสด หรือสีแดง บางชนิดมีจุดหรือแถบสีดำ เพศเมียวางไข่สีเหลืองอ่อนรูปกลมบนพื้นผิวพืช ตัวอ่อนมีรูปร่างยาวเรียวคล้ายกระสวย มีสีดำบางครั้งมีจุดหรือแถบสีส้ม สีเหลืองอ่อน และสีขาวมีขา 3 คู่ ด้วงเต่าเป็นตัวห้ำช่วยกัดกิน เพลี้ยไฟ และไข่ รวมทั้งหนอนตัวเล็ก ๆ ของหนอกกอข้าว และหนอนห่อใบข้าว
- แมลงปอ เป็นแมลงห้ำจับศัตรูข้าวขนาดเล็ก เช่น ผีเสื้อหนอนกอข้าว เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น กินเป็นอาหาร
- มวนเขียวดูดไข่ ตัวเต็มวัยมีขนาด 3 มิลลิเมตร ลำตัวสีเขียว หัวสีดำ หนวดยาว ปากแหลม ใช้แทงเข้าไปดูดกินเป็นแมลงห้ำ บางชนิดไม่มีปีก ส่วนปลายเท้ายาวและกางออกเป็นคีมสำหรับจับเหยื่อกินเป็นอาหาร ตัวอ่อนเป็นแตนเบียนภายนอก ตัวหนอนจะเกาะดูดกินอยู่ภายในถุง มองเห็นเป็นก้อนเล็ก ๆ ติดที่ส่วนท้องของเพลี้ยกระโดดและเพลี้ยจักจั่น
แมลงเบียนมี 3 ชนิด
 
- แตนเบียนดรายอินิด เป็นแมลงศัตรูธรรมชาติที่สำคัญของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นข้าว ตัวเต็มวัยเพศเมียเป็นแมลงห้ำ บางชนิดไม่มีปีก ส่วนปลายเท้ายาวและกางออกเป็นคีมสำหรับจับเหยื่อกินเป็นอาหาร ตัวอ่อนเป็นแตนเบียนภายนอก ตัวหนอนจะเกาะดูดกินอยู่ภายในถุง มองเห็นเป็นก้อนเล็ก ๆ ติดที่ส่วนท้องของเพลี้ยกระโดดและเพลี้ยจักจั่น
- แตนเบียนไข่หนอนกอข้าว เป็นตัวเต็มวัยมีขนาดยาวประมาณ 1.4 มิลลิเมตร สีเขียวสะท้อนแสง เพศเมียวางไข่เข้าไปในหนอนกอข้าว ทำให้ไข่เป็นสีดำและไม่ฟักเป็นตัวหนอน
- แตนเบียนหนอนกอข้าว ตัวเต็มวัยมีสีดำ ลำตัวยาวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร เพศเมียมีอวัยวะวางไข่สำหรับแทงเจาะเข้าไปวางไข่ในลำตัวหนอนกอข้าวตัวหนอนของแตนเบียนที่โตเต็มที่ จะเจาะผนังลำตัวหนอนกอข้าวออกมาสร้างใย และถักเป็นรังหุ้มลำตัวแล้วเข้าดักแด้ภายในรัง หลังจากนั้นจะเจาะรังออกมาและบินไปทำลายหนอนกอข้าวที่อยู่ใกล้เคียง หนอนกอข้าวที่ถูกแตนเบียนเข้าทำลายจะมีตัวสีเหลืองซีด เคลื่อนไหว้ช้า ไม่กินอาหารและตาย
แมงมุม ที่พบในนาข้าวมีหลายชนิด มีบทบาทสำคัญช่วยควบคุมแมลงศัตรูข้าว โดยจับกินผีเสื้อหนอนกอข้าว เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยกระโดด และมวนศัตรูข้าว
นกฮูก นกแสก เหยี่ยว พังพอน และงู เป็นศัตรูธรรมชาติ จับกินหนูศัตรูข้าว
  ศัตรูธรรมชาติทั้ง 4 กลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงสัตว์ศัตรูข้าวนาชลประทานดังนั้น ในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวควรใช้วิธีการที่ปลอดภัยตามคำแนะนำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่มีประโยชน์ดังกล่าว
   

 


สุขลักษณะและความสะอาด
กำจัดวัชพืชทั้งในนาและบนคันนา
อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น มีด จอบ เคียว เครื่องพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูหลังใช้งานแล้วต้องทำความสะอาด หากเกิดชำรุดต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งาน
เก็บสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีในที่ปลอดภัยและใส่กุญแจ
ภาชนะบรรจุสารเคมีและวัสดุการเกษตรที่ใช้แล้ว ควรทำลาย หรือฝังดิน
   

 


ศัตรูของข้าวและการป้องกันกำจัด
ตารางที่ 1 การใช้สารป้องกันกำจัดโรคข้าว
โรค
สารป้องกันกำจัดโรคพืช
อัตราการใช้/น้ำ 20 ลิตร วิธีการใช้/ข้อควรระวัง หยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยว (วัน)
โรคไหม้ คาซูกาไมซิน (2% ดับบลิวพี)
คาร์เบนดาซิม (50% ดับบลิวพี)
ไตรไซคลาโซล (75% ดับบลิวพี)
3 กรัม/เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม -คลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก หรือแช่เมล็ดพันธุ์ ในสารละลายเคมีนาน 24 ชั่วโมง
14
คาร์เบนดาซิม (50% ดับบลิวพี) 20-30 กรัม -พ่นเมื่อพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5% ของพื้นที่ใบ
ไตรไซคลาโซล (75% ดับบลิวพี) 10-16 กรัม -พ่นเมื่อพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5% ของพื้นที่ใบ
อีดิเฟนฟอส (30.7%อีซี) 25-30 มิลลิเมตร -พ่นเมื่อพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5% ของพื้นที่ใบ
โรคกาบใบแห้ง วาลิดามัยชิน (3% เอส แอล) 20-30 มิลลิเมตร -พ่นในแปลงบริเวณที่พบโรค
0
เพนไซคูรอน (25% ดับบลิวพี) 30 กรัม
15
โรคเมล็ดด่าง โพรพิโคนาโซล (25 % อีซี) 10-20 มิลลิลิตร
-พ่นครั้งแรกเมื่อข้าวตั้งท้อง พ่นครั้งที่ 2 ระยะเริ่มออกรวง
10
คาร์เบนดาซิม+อีพ๊อกซี่โคนาโซล
(25% เอสซี)
โพรพิโคนาโซล+ไดฟีโนโคนาโซล
(30% อีซี)
โพรพิโคนาโซล+โพคลอลาซล
(49% อีซี)
ฟลูซิลาซอล (40%อีซี)
ทีบูโคนาโซล (25อีดับบลิว)
เฮกซาโคนาโซล (5%เอสซี)
โพคลอลาซล+คาร์เบนดาซิม
(38%ดับบลิวพี)
คาร์เบนดาซิม+แมนโคเซ็บ
(80%ดับบลิวพี)
แมนโคเซ็บ+ไทโอฟาเนต-เมทิล
(75%ดับบลิวพี)
30-40 มิลลิลิตร

10-20 มิลลิลิตร

15-30 มิลลิลิตร

5-10 มิลลิลิตร
15-20 มิลลิลิตร
30-40 มิลลิลิตร
40 มิลลิลิตร

30 มิลลิลิตร

60 กรัม
-พ่นเมื่อข้าวเริ่มออกรวง
พ่น 2 ครั้ง ระยะเริ่มออกรวง
14
1) ในวงเล็บคือเปอร์เซ็นต์ สารออกฤทธิ์และสูตรของสารป้องกันกำจัดโรคพืช

การทำลายของแมลงศัตรูข้าวตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว ตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอและระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวง
ชนิดของแมลงศัตรูพืช อายุข้าว
ช่วงเจริญเติบโตทางลำต้น ช่วงเจริญพันธุ์ ช่วงพัฒนาการของเมล็ด
10 20 30 40
50 60 70 80
90 100 110 120
เพลี้ยไฟ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
เพลี้ยกระโดดหลังขาว
หนอนกอข้าว
หนอนห่อใบข้าว
แมลงบั่ว
เพลี้ยจักจั่นเขียว
แมลงสิง
 

ตารางที่ 2 การใช้สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว
แมลงศัตรูข้าว
สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว1)
อัตราการใช้/น้ำ 20 ลิตร วิธีการใช้/ข้อควรระวัง หยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยว (วัน)
เพลี้ยไฟ มาลาไธออน (83% อีซี) 20 มิลลิเมตร พ่นสารเมื่อพบใบม้วน 20%  
คาร์บาริล (85% ดับบลิวพี) 20 มิลลิเมตร
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
เพลี้ยกระโดดหลังขาว
คาร์แทป/ไอโซโพรคาร์บ
(3% / 3% จี)
แปลงกล้า 8-10 กิโลกรัมต่อไร่
แปลงปักดำ 5 กิโลกรัมต่อไร่
นาหว่าน 5 กิโลกรัมต่อไร่
ควรใช้ในระยะกล้า จนถึงระยะแตกกอ ระดับน้ำในนาประมาณ 5 เซนติเมตร  
เพลี้ยจักจั่นเขียว ฟิโปรนิล (0.2% จี) 4 กิโลกรัมต่อไร่ พ่นเมื่อตรวจพบแมลงมาก
กว่า 10 ตัวต่อกอหรือ 1 ตัวต่อต้น
7
อีโทเฟนพรอกซ์ (5% อีซี) 40 มิลลิเมตร 21
อีโทเฟนพรอกซ์ (10% อีซี) 20 มิลลิเมตร 21
คาร์โบซัลแฟน (20% อีซี) 110 มิลลิเมตร  
อิมิดาโคลพริค (10% เอสแอล) 15 มิลลิเมตร 14
อิมิดาโคลพริค (5% อีซี) 30 มิลลิเมตร 14
ไอโซโปรคาร์บ (50% ดับบลิวพี) 60 กรัม ควรใช้ขณะแมลงส่วนใหญ่เป็นตัวอ่อน 14
บูโพรเฟซิน (25% ดับบลิวพี) 10 กรัม 7
บูโพรเฟซิน (10% ดับบลิวพี) 25 กรัม 7
บูโพรเฟซิน /ไอโซโปคาร์บ
(5% / 20% ดับบลิวพี)
50 กรัม 14
หนอนกอข้าว คาร์แทป (4% จี) 4 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใช้ในระยะกล้าจนถึงแตกกอ ระดับน้ำในนาประมาณ 5 เซนติเมตร  
ฟิโปรนิล (0.2% จี) 4 กิโลกรัมต่อไร่
คาร์แทป/ไอโซโพรคาร์บ
(3% / 3% จี)
3 กิโลกรัมต่อไร่ ไม่ใช้สารในระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวง
คลอร์ไพริฟอส (20% อีซี) 80 มิลลิลิตร พ่นเมื่อตรวจพบข้าว
ยอดเหี่ยวมากกว่า 5%
คาร์โบซัชแฟน (20% อีซี) 80 มิลลิลิตร
หนอนห่อใบข้าว คาร์ดบซัลแฟน (20% อีซี) 80 มิลลิลิตร พ่นเมื่อพบในข้าว
ถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15%
 
ฟิโปรนิล (5% เอสซี) 50 มิลลิลิตร
แมลงสิง เฟนนิโทรไทออน (50% อีซี) 30 มิลลิลิตร พ่นเมื่อตรวจพบแมลง 4 ตัวต่อตารางเมตร ในระยะข้าวออกรวง-ระยะเมล็ดเป็นน้ำนม  
1) ในวงเล็บคือ เปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์และสูตรของสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว

ตารางที่ 3 การใช้สารป้องกันกำจัดสัตว์ศัตรูข้าว
สัตว์ศัตรูข้าว
สารป้องกันกำจัดสัตว์ศัตรูข้าว1)
อัตราการใช้/น้ำ 20 ลิตร วิธีการใช้/ข้อควรระวัง
นก เมโทโอคาร์บ (50% ดับบลิวพี) 80 กรัม พ่นครั้งแรกเมื่อเมล็ดข้าวเริ่มเป็นน้ำนม
พ่นซ้ำหลังจากพ่นครั้งแรก 10 วัน
หนู ซิงค์ฟอสไฟด์ (80% ชนิดผง) ใช้เป็นเหยื่อพิษ ประกอบด้วยสารซิงค์ฟอสไฟด์ผสมปลายข้าว และรำข้าวอัตราส่วน 1: 77: 2 โดยน้ำหนัก สารออกฤทธิ์เร็ว ใช้ลดประชากรหนูก่อนปลูกข้าว หรือเมื่อมีการระบาดรุนแรง โดยวางเหยื่อเป็นจุดตามร่องรอยหนูหรือวางจุดละ 1 ช้อนชา ห่างกัน 5-10 เมตร ใช้แกลบรองพื้นและกลบเหยื่อพิษอย่างละ 1 กำมือ เนื่องจากเป็นเหยื่อพิษที่ทำให้หนูเข็ดขยาดจึงไม่ควรใช้บ่อยครั้ง
โบรดิฟาคม (0.005%)
โฟลคูมาเฟม (0.005%)
โบรมาดิโอโลน (0.005%)
ไดฟีทิอาโลน (0.0025%)
เป็นเหยื่อพิษสำเร็จรูปก้อนละ 5 กรัม ให้วางจุดละ 15-20 ก้อน สารออกฤทธิ์ช้า ใช้ลดประชากรหนูที่เหลือหลังจากการใช้สารออกฤทธิ์เร็ว โดยวางเหยื่อพิษในภาชนะตามร่องรอยหนู จุดละ 15-20 ก้อน ห่างกัน 10-20 เมตร เติมเหยื่อทุกสัปดาห์ และหยุดเติมเมื่อกินเหยื่อน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์
หอยเชอรี่ นิโคลซาไมด์ (70% ดับบลิวพี) 17 กรัม พ่นในนาข้าว ที่มีน้ำ 5 เซนติเมตร
คอปเปอร์ซัลเฟต (98% ดับบลิวพี) 250 กรัม
เมทัลดีไฮด์ (5% จีบี) 500 กรัมต่อไร่ หว่านในนาที่มีน้ำ 5 เซนติเมตร และเน้นเพิ่มบริเวณที่เป็นแอ่งหรือมีหอยมาก
ปูนา เฟนนิโทรไทออน (50% อีซี) 14 มิลลิลิตร ผสมน้ำ ตักหยอดเป็นจุด ๆ ริมคันนา
หลังปักดำข้าวที่มีน้ำในนา
ไม่เกิน 10 เซนติเมตร
อีโทเฟนพรอกซ์ (5% อีซี) 14 มิลลิลิตร 14 มิลลิลิตร พ่นในนาข้าวทันทีหลังปักดำ ขณะที่มีระดับน้ำในนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร

ตารางที่ 4 การใช้สารกำจัดวัชพืชในนาข้าว
วัชพืช
สารกำจัดวัชพืช
อัตราการใช้/น้ำ 20 ลิตร วิธีการใช้/ข้อควรระวัง
ใบแคบ ใบกว้าง เฟิน และกก ออกซาไดอะซอน (25% อีซี)
บิวทาคลอร์ (5% จี)
บิวทาคลอร์/2,4-ดี (6.8% จี)
120-160 มิลลิลิตร
800-1,000 กรัม3)
450-600 กรัม3)
ใช้เมื่อ 4-7 วันหลังปักดำ
หรือ 6-10 วันหลังหว่านข้าว
เพรทิลาคลอร์ (30% อีซี) 60-120 มิลลิลิตร ใช้เมื่อ 4-7 วันหลังปักดำ หรือ 3-5 วันหลังหว่านข้าว
ใบแคบ ใบกว้าง และกก โพรพานิล/2,4-ดี (36% อีซี)
โพรพานิล/ไทโอเบนคาร์บ (60% อีซี)
โพรพานิล/โมลิเนท (66% อีซี)
220 มิลลิลิตร
130 มิลลิลิตร
120 มิลลิลิตร
ใช้เมื่อ 15-20 วันหลังปักดำ หรือหลังหว่านข้าว หรือเมื่อวัชพืชมี 2-4 ใบ
ใบแคบ ใบกว้าง กก เฟิน และอาลจี ไทโอเบนคาร์บ (8% อีซี)
ไทโอเบนคาร์บ/2,4-ดี (7% อีซี)
ออกซาไดอะซอน/2,4-ดี (16.6% อีซี)
1,000 มิลลิลิตร
1,150 กรัม 3)
180-240 มิลลิลิตร
ใช้เมื่อ 4-7 วันหลังปักดำ
หรือ 6-10 วันหลังหว่านข้าว
ใบกว้าง เฟิน
และกก
เบนซัลฟูรอน-เมทิล (10% ดับบลิวพี) 20-60 กรัม ใช้เมื่อ 4-7 วันหลังปักดำ
หรือ 6-10 วันหลังหว่านข้าว
ใบกว้าง และกก 2,4 -ดี (95% เอสพี) 30-40 กรัม ใช้เมื่อ 15-20 วันหลังปักดำ
หรือหลังหว่านข้าว
1) ในวงเล็บคือเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์ และสูตรของสารกำจัดวัชพืช
2) ใช้น้ำ 80 ลิตรต่อไร่
3) หว่านให้ทั่วในพื้นที่ ? ไร่

ตารางที่ 5 การใช้สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บ
แมลงศัตรูข้าว
สารป้องกันกำจัด
อัตราการใช้ วิธีการใช้/ข้อควรระวัง
ผีเสื้อข้าวเปลือก
มอดหัวป้อม หรือ
มอดข้าวเปลือก

ด้วงงวงข้าว
ด้วงงวงข้าวโพด
อลูมิเนียมฟอสไฟด์ 2-3 เม็ด ต่อข้าวเปลือก
1,000 กิโลกรัม หรือ
2 เม็ดต่อข้าวเปลือก
1 ลูกบาศก์เมตร
รมโดยนำข้าวเปลือกหรือข้าวสารใส่กระสอบ วางบนไม้รองกระสอบเทอลูมิเนียมฟอสไฟด์ในถาดพลาสติก แล้วนำไปวางไว้ใต้ไม้รองกระสอบ คลุมกองกระสอบด้วยผ้าพลาสติกทาร์พอลินกันแก๊สรั่ว ทับชายผ้าที่คลุมด้วยถุงทรายเพื่อเก็บกักแก๊สเป็นเวลา 5-7 วัน เปิดผ้าคลุมทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จึงนำข้าวไปใช้คลุกเมล็ดพันธุ์แล้วเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
มอดสยาม ผีเสื้อข้าวสาร
มอดแป้ง มอดฟันเลื่อย
เฟนิโทรไทออน
(50% อีซี)
2-3 มิลลิลิตรต่อน้ำ 300 มิลลิลิตรต่อข้าวเปลือก 100 กิโลกรัม
1) ในวงเล็บคือเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์และสูตรของสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บ