สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว:Bureau of Rice Research and Development

การพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกรเชิงบูรณาการ จังหวัดปทุมธานี PDF พิมพ์ อีเมล

การพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกรเชิงบูรณาการ จังหวัดปทุมธานี

Development of Farmer’s Participatory Modeling for Rice Seed Production

in Pathum Thani Province

สุรพล จัตุพร 1) ประนอม มงคลบรรจง 1) อัญชลี ประเสริฐศักดิ์ 1) กรรณิการ์ พรหมพันธ์ใจ 1)

ชวลิต หาญดี 1) พชร ทองอรัญญิก 2) อนุรักษ์ เทพรักษ์ 2) บรรเจิด ศรีสะอาด 2)

--------------------------------------------

บทคัดย่อ

การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เป็นปัญหาสำคัญที่ภาครัฐต้องรีบเร่งแก้ไข การวิจัยพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกรเชิงบูรณาการ จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี กระจายสู่เกษตรกรในพื้นที่และผู้ประกอบการค้าเมล็ดพันธุ์ ดำเนินการวิจัยร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ที่ตำบลระแหง จังหวัดปทุมธานี  กิจกรรมประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลการผลิตข้าวก่อนการทดลอง คัดเลือกกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ ประชุมกลุ่มเพื่อพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์โดยเกษตรกรมีส่วนร่วม สร้างเครือข่ายกระบวนการผลิต การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ และการกระจายเมล็ดพันธุ์ดีในระดับเกษตรกร เกษตรกรเริ่มต้นจำนวน 4 ราย ทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นคือ ใช้เมล็ดพันธุ์ตั้งต้นจากกรมการข้าว ปลูกโดยวิธีปักดำ การดูแลรักษาตามคำแนะนำของกรมการข้าว  ตัดข้าวปน 4 ระยะ มีระบบตรวจและรับรองคุณภาพเมล็ดพันธุ์ตามมาตรฐาน GAP : Seed  ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนมีนาคม 2556  โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข31  ผลการศึกษาพบว่า ผลผลิตข้าวจากแปลงพัฒนารูปแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกรเชิงบูรณาการ ผ่านมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่าย ทั้ง 4 ราย เกษตรกรสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ดีได้ทั้งหมด สำหรับราคาเมล็ดพันธุ์หลังปรับปรุงสภาพแล้ว จำหน่ายได้  21 บาทต่อกิโลกรัม โดยเกษตรกรมีต้นทุนการผลิต 8  บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเกษตรกรมีกำไรเฉลี่ย 13  บาทต่อกิโลกรัม สรุปได้ว่า เกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวสามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ได้คุณภาพดีเพื่อเก็บไว้ใช้เป็นพันธุ์ในฤดูต่อไปหรือจำหน่ายเชิงพาณิชย์

คำสำคัญ : เมล็ดพันธุ์ข้าว  การผลิต  กข31  คุณภาพเมล็ดพันธุ์

 

1) ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110 โทรศัพท์ 0-2577-1688-9

Pathum Thani Rice Research Center, Thanyaburi, Pathum Thani 12110 Tel. 0-2577-1688-9

2) ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี 15210 โทรศัพท์ 0-3649-9224-5

Lop Buri Rice Seed Center, Mueang Lop Buri, Lop Buri, 15210 Tel. 0-3649-9224-5

 

 

 

 

เตือนภัยศัตรูข้าว


สถานการณ์ศัตรูข้าวในรอบสัปดาห์ 9 มิ.ย.- 15 ก.ค. 58



ภาคกลาง

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สภาพอากาศของสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้ามีสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรคเช่นกัน และพบการระบาดที่ อ.กบินทร์บุรี อ.ประจันตคาม และ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและการเกิดโรคไหม้ในแปลงนา โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศของสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้ามีสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและการเกิดโรคไหม้ในแปลงนา โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ย ไนโตรเจนสูง


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สภาพอากาศของสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาด จึงควรสำรวจและติดตามการระบาด

โรคไหม้ สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้ามีสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรคเช่นกัน เนื่องจากรายงานสถานการณ์การระบาดของศัตรูข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร พบการระบาดของโรคไหม้ในเขต อำเภอเหล่าเสือโก๊ก จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ 23 ไร่ ในระดับไม่รุนแรง จึงควรสำรวจและติดตามการเกิดโรคไหม้ในแปลงนา ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 กข6 และ กข15 โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง


ภาคใต้
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
สภาพอากาศของสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและการเกิดโรคไหม้ในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

กรณีพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในแปลงนา ยังไม่ควรใช้สารฆ่าแมลงจนกว่าข้าวจะมีอายุ 40 วันขึ้นไป และหากพบตัวอ่อนปริมาณ 5-10 ตัว/ต้น/กอ ให้ใช้สารฆ่าแมลงที่กรมการข้าวแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ให้ควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคตามคำแนะนำของกรมการข้าวเพื่อป้องกันการระบาดของโรค


รายงาน ณ วันที่ 15 ก.ค. 2558