สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว:Bureau of Rice Research and Development

พันธุ์ข้าวรับรอง ปี 2555 (2พันธุ์) PDF พิมพ์ อีเมล

ข้าวเหนียวลืมผัว

เป็นพันธุ์ที่ได้จากการคัดเลือกพันธุ์ข้าวเหนียวลืมผัวให้บริสุทธิ์ ให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองที่มีลักษณะพิเศษด้านคุณค่าโภชนาการสนองความต้องการของตลาดข้าวเฉพาะ(Niche market)

 

 

ประวัติ

ข้าวเหนียวลืมผัว เป็นข้าวเหนียวนาปีของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวม้ง บ้านรวมไทยพัฒนาที่ 3 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปลูกในสภาพไร่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร และได้มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวม้ง นำเมล็ดพันธุ์มาปลูกในบริเวณรอยต่อระหว่างอำเภอนครไทยและอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาปี 2533 นายพนัส สุวรรณธาดา ตำแหน่งในขณะนั้น คือ เจ้าพนักงานการเกษตร 5 ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก (เกษียณอายุราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร 6 ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ปี 2551) ไปปฏิบัติการราชการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว บริเวณอำเภอนครไทยและอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ได้พบเห็นและสนใจจึงรวบรวมและนำมาปลูกเปรียบเทียบกับข้าวที่ปลูกจากแหล่งเดิม (อำเภอพบพระ) และคัดเลือกพันธุ์ให้บริสุทธิ์ ระหว่าปี 2534-2538 ณ ส่วนแยกของสถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เพื่อใช้ในโครงการตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์แล้วได้มอบเมล็ดพันธุ์ให้นายไชยวัฒน์ วัฒนไชย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ในขณะนั้น (เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมการข้าว ปี 2552 ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่เสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯจากนั้นนายพนัส สุวรรณธาดา จึงได้ทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ในปี 2539 แล้วนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ไปให้กลุ่มชาติพันธุ์ชาวม้ง ที่ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกดั้งเดิม ปลูกขยายพันธุ์เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยวิธีการปลูกแบบชาวเขาที่มักปลูกข้าวหลายพันธุ์ใกล้กันหรือปลูกด้วยกัน ทำให้ข้าวเหนียวลืมผัวมีเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์อื่นปน และไม่เป็นพันธุ์บริสุทธิ์ ปี 2550 ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก และศูนย์วิจัยข้าวแพร่ จึงได้เริ่มทำการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์อีกครั้ง เริ่มจากการคัดเลือกแบบหมู่ (Mass selection) และคัดเลือกรวงในปี 2551 เพื่อมาทำเป็นพันธุ์บริสุทธิ์โดยปลูกแบบรวงต่อแถว แล้วนำไปเปรียบเทียบผลผลิตเบื้องต้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ทดสอบการปรับตัวในแปลงเกษตรกรที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานี และในนาราษฎร์ วิเคราะห์คุณค่าเมล็ดทางโภชนาการ ทดสองปฏิกิริยาการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพ เคมี คุณภาพสี การหุงต้มรับประทานและทำลายพิมพ์เอกลักษณ์ (DNA fingerprint)


ลักษณะประจำพันธุ์

ข้าวเหนียวลืมผัว เป็นข้าวเหนียวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องสีดำ ไวต่อช่วงแสง อายุเบา เก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนตุลาคม ลักษณะทรงกอตั้ง ต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย ปล้องสีเหลืองอ่อน กาบใบและใบสีเขียว ลิ้นใบสีน้ำตาลอ่อน หูใบสีเหลืองน้ำตาล ใบธงหักลง คอรวงยาว รวงค่อนข้างแน่น กลีบดอกระยะออกรวง 50% มีสีเขียวอ่อน เมื่อระยะน้ำนมกลีบดอกเปลี่ยนสีเป็นแถบสีม่วงบนพื้นสีเขียวอ่อน ต่อมาเมื่อเข้าสู่ระยะแป้งแข็งสีกลีบดอกจะเปลี่ยนเป็นสีฟางแถบม่วงดำ และเมื่อข้าวระยะสุกแก่สีเปลือกเมล็ดเปลี่ยนสีฟางแถบดำหรือสีฟาง ความสูงเฉลี่ย 151 เซนติเมตร น้ำหนักข้าวเปลือก 10.4 กิโลกรัมต่อถัง ข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด หนัก 38.1 กรัม เปลือกเมล็ดสีฟางแถบดำ ข้าวเปลือกยาว 10.7 มิลลิเมตร หนา 1.9 มิลลิเมตร คุณภาพการสีดีได้ข้าวเมล็ดเต็มและต้นข้าว 48.2 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพเมล็ดทางเคมีการสลายเมล็ดในด่างที่ 1.4 และ 1.7 % KOH ต่ำ อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ อัตราการยืดตัวปกติ ระยะพักตัว 5 สัปดาห์


ลักษณะเด่น

    1. เมล็ดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระรวม สารเหล่านี้ ได้แก่ แอนโทไซยานิน และแกมมา โอไรซานอล กรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น โอเมกา 3 โอเมกา 6 และโอเมกา 9 วิตามิน เข่น วิตามิน อี ธาตุอาหาร เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกกานีส
    2. ข้าวกล้องเมื่อหุงสุก มีกลิ่นหอม ลักษณะสัมผัสเมื่อแรกเคี้ยวจะกรุบ หนึบ ภายในนุ่มเหนียว


พื้นที่แนะนำ

สภาพไร่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินดี ที่ระดับความสูงประมาณ 400-800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง


ข้อควรระวัง หรือข้อจำกัด

อ่อนแอต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว

.....................................................................................................................................................................................................................................


ข้าวเจ้าพันธุ์ ขาวบ้านนา
432

เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำพันธุ์พื้นเมืองพันธุ์ขาวบ้านนาให้มีความบริสุทธิ์ มีผลผลิตและคุณภาพเมล็ดดีกว่าพันธุ์พื้นเมืองเดิมที่เกษตรกรปลูก สามารถส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่นาข้าวขึ้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังลึกนำไปปลูกทดแทนพันธุ์พื้นเมืองเดิม หรือพันธุ์อื่นๆ ที่ด้อยกว่า และเพื่อใช้ในอุสาหกรรมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากข้าว

 

 

ประวัติ

ข้าวเจ้าขาวบ้านนาสายพันธุ์ PCRC92001-432 เป็นข้าวขึ้นน้ำพันธุ์พื้นเมืองที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์โดยการคัดเลือกแบบคัดสายพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure line selection) โดยในปี 2535 นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล นักวิชาการเกษตร 6 กลุ่มพืชศาสตร์ ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ขณะนั้นได้เก็บคัดเลือกรวงข้าวพันธุ์ขาวบ้านนาจากแปลงนาของนายจรูญ ธรรมศรี เกษตรกรที่ทุ่งคลองสารภี หมู่ที่ 8 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 500 รวง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวขึ้นน้ำพันธุ์พื้นเมืองพันธุ์ขาวบ้านนาและพันธุ์ขาวตาเพชร ประมาณ 100 ไร่ โดยพันธุ์ข้าวทั้งสองไม่มีความบริสุทธิ์เท่าที่ควร เพราะเกษตรกรใช้พันธุ์โดยการแลกเปลี่ยนพันธุ์ข้าวกัน ในพื้นที่ ในปี 2537 ได้ปลูกคัดเลือกโดยทำการศึกษาพันธุ์เบื้องต้น ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และนาเกษตรกร ตำบลเตยน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก และตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี คัดเลือกได้สายพันธุ์ดีจำนวน 20 สายพันธุ์ ในระหว่างปี 2538-2540 ได้ดำเนินการปลูกข้าวสายพันธุ์ดีจำนวน 20 สายพันธุ์ เพื่อศึกษาพันธุ์ขั้นสูง โดยการปลูกแถวยาว 4 เมตร จำนวน 4 แถวต่อสายพันธุ์ ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และนาเกษตรกร อำเภอเมือง และอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก รวมเป็น 4 แปลงต่อปี จนคัดเลือกได้สายพันธุ์ดี โดยพิจารณาจากลักษณะทรงต้น อายุเก็บเกี่ยว เสถียรภาพการให้ผลผลิต และคุณภาพเมล็ดที่ดีกว่าข้าวน้ำขึ้นพันธุ์ขาวบ้านนาพื้นเมืองที่เกษตรกรใช้ปลูกได้ จำนวน 7 สายพันธุ์ ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และในระหว่างปี 2544-2548 ได้วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายและเคมี ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และศึกษาการตอบสนองต่ออัตราปุ๋ยไนโตรเจนที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรีและนาเกษตรกร อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ในปี 2548 ได้ทดสอบความสามารถในการขึ้นน้ำที่ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีอยุธยา ในปี 2551 ได้ศึกษาระยะพักตัวของเมล็ด ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและลักษณะทางการเกษตร ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ในระหว่างปี 2551-2553 ได้ดำเนินการทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงศตรูข้าวที่สำคัญ ที่กลุ่มวิชาการ สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ในปี 2554 ได้ดำเนินการทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคไหม้ ปลูกทดสอบยืนยันผลความสามารถในการขึ้นน้ำและผลิตเมล็ดพันธุ์ดัก ที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และประเมินการยอมรับของเกษตรกรโดยการปลูกทดสอบและประเมินการยอมรับของชาวนาข้าวขึ้นน้ำในเขตอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จนสามารถคัดเลือกได้ข้าวขาวบ้านนาสายพันธุ์ดีเด่น “PCRC92001-432” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง กล่าวคือ มีความสามารถในการให้ผลผลิตที่ดีเหนือกว่าพันธุ์พลายงามปราจีนบุรี มีอายุออกดอก ประมาณวันที่ 12 พฤศจิกายน เหมาะสมกับการลดลงของระดับน้ำ และเก็บเกี่ยวได้พอดีกับการแห้งของน้ำในนา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญสอดคล้องกับผลการประเมินความชอบข้าวขาวบ้านนาสายพันธุ์ PCRC92001-432  ของเกษตรกรในปี 2554 ที่ชอบเนื่องจากมีความเหมาะสมกับทั้งการเจริญเติบโต การขึ้นน้ำ และในช่วงวันเวลาการเก็บเกี่ยวข้าว ด้วยลักษณะที่ดีดังกล่าวทำให้ข้าวขาวบ้านนาสายพันธุ์ PCRC92001-432 สามารถนำไปสู่การขยายผลในโครงการการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำขาวบ้านนาสู้วิกฤตอุทกภัยในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีในฤดูนาปี 2555 ข้าวขาวบ้านนาสายพันธุ์ PCRC92001-432 เป็นข้าวที่มีปริมาณอมิโลสสูง (28.9 เปอร์เซ็นต์) สามารถนำไปแปลรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเส้น คือ เส้นหมี่หรือเส้นขนมจีนได้ดีมาก ผลิตภัณฑ์เส้นที่ได้มีความเหนียวนุ่มมากกว่าผลิตภัณฑ์เส้นทั่วไปในท้องตลาด จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเส้นและได้ดำเนินการทดสอบคุณภาพเส้นหมี่และเส้นขนมจีน โดนศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี


ลักษณะประจำพันธุ์

เป็นข้าวเจ้าขึ้นน้ำไวต่อช่วงแสง ออกดอกประมาณวันที่ 10 ถึง 14 พฤศจิกายน ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีระดับน้ำ 50-300 เซนติเมตร มีความสามารถขึ้นน้ำได้ดีกว่าพันธุ์ กข19 แต่น้อยกว่าพันธุ์ปิ่นแก้ว 56 ลำต้นสูงประมาณ 218 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ) ทรงกอแบะ ต้นแข็งปานกลาง มีใบ กาบใบและปล้องสีเขียว ใบธงเป็นแนวนอน รวงยาว 32 เซนติเมตร เมล็ดข้าวกล้องรูปร่างเรียว ยาว 8.01 มิลลิเมตร กว้าง 2.33 มิลลิเมตร และหนา 1.93 มิลลิเมตร ข้าวเปลือก 1000 เมล็ด หนัก 30.1 กรัม น้ำหนักข้าวเปลือก 11 กิโลกรัมต่อถัง คุณภาพการสีดี ท้องไข่มาก มีปริมาณอมิโลสสูง (28.9 เปอร์เซ็นต์) ความคงของแป้งสุกปานกลาง (48 มิลลิเมตร) อุณหภูมิแป้งสุกปานกลาง อัตราการยืดตัวของข้าวสุก 1.66 เท่า ข้าวสุกไม่หอม สีข้าวนวล มีความเลื่อมมันเล็กน้อย การเกาะตัวข้าวสุกมีลักษณะไม่เหนียว-ไม่ร่วนและเนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่ม ผลผลิตเฉลี่ย 449 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 9 สัปดาห์


ลักษณะเด่น

  1. เป็นข้าวขึ้นน้ำ ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 449 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์พลายงามปราจีนบุรี ร้อยละ 35 (333 กิโลกรัมต่อไร่)
  2. สามารถขึ้นน้ำและปลูกได้ดีในนาน้ำลึกที่มีระดับน้ำมากกว่า 100 เซนติเมตร และเป็นช่วงเก็บเกี่ยวประมาณวันที่ 10-14 ธันวาคม จึงเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
  3. เมล็ดข้าวมีคุณสมบัติเหมาะสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้น ได้แก่ เส้นหมี่และเส้นขนมจีน โดยที่เส้นหมี่ละเส้นขนมจีนที่ผลิตได้ดีในลักษณะเหนียวนุ่ม


พื้นที่แนะนำ

พื้นที่นาน้ำลึกมากกว่า 100 เซนติเมตร มีน้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือน และมีช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนธันวาคม จึงเหมาะสมกับพื้นที่น้ำลึกในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ข้าวนาขึ้นน้ำ อำเภอบ้านสร้างและอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลีและอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก


ข้อควรระวัง

อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคขอบใบแห้งในสภาพเรือนทดลอง

 

ดาวน์โหลดเอกสารสรุปพันธุ์ข้าวผ่านการรับรองใหม่ 2 พันธุ์  คลิ๊กที่นี่

Естественно, ""избавиться от него, сказали Земятину.

Воины отметили "Скачать суперсемейка подземная битва"твердую поступь Кольтера.

Новое знамение, ""сказал Джек ""и улыбнулся.

Не сказать, чтобы мы ""от этого сильно ""страдали, сказал он.

Остаться он "Скачать кодек avc h 264"мог только в виде дворецкого.

Морепу, ""бессмертного, который никогда ""не задумывался о неизбежности собственного конца, "Скачать игрe wormix"слова Властелина Ушедших повергли в ужас.

 

เตือนภัยศัตรูข้าว

สถานการณ์ศัตรูข้าวในรอบสัปดาห์ 16 - 22 มิ.ย.59

ภาคกลาง

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวและที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวรับผิดชอบ ส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ยกเว้นที่ จ. ชัยนาท ในพื้นที่ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาทรับผิดชอบมีปริมาณสูงขึ้น แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรค สูงกว่าระดับวิกฤตที่ จ. ชัยนาท แต่ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศไม่เหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศ ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรคเช่นกัน แต่ควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว โดยเฉพาะที่ปลูกแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวและที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวรับผิดชอบ ส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงกว่าระดับวิกฤตที่ ศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง จ.เชียงใหม่ และที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวรับผิดชอบ จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ไม่ถึงระดับวิกฤตที่ จ. แพร่ แต่ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของ อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค และมีรายงานความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายและศูนย์วิจัยข้าวแพร่ จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว โดยเฉพาะที่ปลูกแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวมีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงกว่าระดับวิกฤตที่ จ.สกลนคร และสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ จ.นครราชสีมา แต่ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศ ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรค แต่ควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว โดยเฉพาะที่ปลูกแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคใต้

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชมี ปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ ไม่มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรค และไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค จึงควรสำรวจและติดตามในแปลงที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่อ่อนแอต่อโรคนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

คำแนะนำ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดของในภาคเหนือ ค่อนข้างเหมาะสมในภาตตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการระบาดที่ภาคกลาง จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอและปลูกข้าวแน่นของทุกภาค หากพบการระบาดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าว (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรคในภาคเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรคที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง แต่ควรสำรวจติดตามในแปลงที่มีการปลูกข้าวและพื้นที่ที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข6 และพันธุ์พื้นเมือง

หากพบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรค ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ให้ควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคตามคำแนะนำของกรมการข้าว เช่น ไตรไซคลาโซล หรือ คาซูกะมัยซิน หรือ อีดิเฟนฟอส หรือ ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม ตามอัตราที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

รายงาน ณ วันที่ 22 มิ.ย. 59