สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว:Bureau of Rice Research and Development

การคาดการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาวในจังหวัดเชียงราย โดยใช้กับดักแสงไฟ PDF พิมพ์ อีเมล

นุจรินทร์ จังขันธ์1) วสันต์ ชัยชนะ1) นวรัตน์ วังคำ1)



Abstract
          The Whitebacked Planthopper (WBPH), Sogatella furcifera (Horvath) has been a major pest in irrigated rice growing areas of Chiang Rai province since 2003. Light trap, an effective tool for monitoring the outbreaks of WBPH was conducted in hot spot areas. A light trap was set in Chiang Rai Rice Research Center while surveying in farmers’ fields in Chiang Rai province were investigated during January 2009 to December 2010. The number of WBPH caught from light trap was counted everyday throughout the year. The results showed that light trap could collect a large number of WBPH. The peak of WBPH in light trap was 9,703 hoppers/trap/month which related to the WBPH outbreak in farmers’ fields.
Keyword : whitebacked planthopper, light trap, forecasting outbreaks, Chiang Rai


บทคัดย่อ
          เพลี้ยกระโดดหลังขาว (Whitebacked Planthopper, Sogatella furcifera (Horvath)) เป็นแมลงศัตรูข้าวที่ทำความเสียหายแก่ผลผลิตข้าวในจังหวัดเชียงรายตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน การติดตามความหนาแน่นของประชากรแมลง เพื่อคาดการณ์การระบาดของแมลงชนิดนี้ในแต่ละพื้นที่และแต่ละฤดูปลูกเป็นสิ่งจำเป็น กับดักแสงไฟเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการติดตามปริมาณของประชากรเพลี้ยกระโดดหลังขาวในพื้นที่ระบาดรุนแรง การศึกษาความสอดคล้องของจำนวนเพลี้ยกระโดดหลังาวที่ดักจับได้จากกับดักแสงไฟ กับข้อมูลการสำรวจแมลงในนาแต่ละพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงดังกล่าว เพื่อใช้ในการคาดการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาว ดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 ถึงเดือนธันวาคม 2553 ณ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย โดยการเปิดกับดักแสงไฟ เพื่อล่อดักจับแมลงระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. ทุกคืนตลอดปี และทำการสำรวจแมลงในนาเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบว่า เพลี้ยกระโดดหลังขาวจากกับดักแสงไฟมีจำนวนสูงสุดในเดือนเมษายน 2553 โดยจำนวนแมลงที่ดักจับได้ 9,703 ตัว/กับดัก/เดือน ซึ่งสัมพันธ์กับการระบาดของแมลงในนาเกษตรกร
คำสำคัญ : เพลี้ยกระโดดหลังขาว กับดักแสงไฟ การคาดดารณ์การระบาด จังหวัดเชียงราย


1) ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย อ.พาน จ.เชียงราย 57120 โทรศัพท์ 0-5372-1578
Chiang Rai Rice Research Center, Phan, Chiang Rai 57120 Tel. 0-5372-1578



ดาวน์โหลด


 

เตือนภัยศัตรูข้าว

สถานการณ์ศัตรูข้าวในรอบสัปดาห์ 14 - 20 ก.ค. 59

ภาคกลาง

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเรามีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต ไม่มีรายงานการระบาดในแปลงนา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท และพื้นที่ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรีรับผิดชอบ และมีรายงานพบการระบาดของโรคไหม้ในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอศรีมโหสถ ตำบลโคกไทย อำเภอนาดี ตำบลนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี ตำบลบ้านนาคำ รวมพื้นที่ 120 ไร่
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค จากรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ.ชัยนาท และราชบุรี และจากรายงานการระบาดใน จ.ปราจีนบุรี จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของโรคในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 โดยเฉพะในแปลงที่มีการปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวแพร่มีปริมาณสูงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ และพื้นที่ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์รับผิดชอบ ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค และจากรายงานความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ. แพร่ และนครสวรรค์ จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของโรคในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวมีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวนครราชสีมา ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค จากรายงานความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ.นครราชสีมา และรายงานการระบาดในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมจากกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เขตจังหวัดเลย ชัยภูมิ มุกดาหาร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได่แก่ ขาวดอกมะลิ 105 และกข6 โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคใต้

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชมี ปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวกระบี่ ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค และจากรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวกระบี่ จึงควรสำรวจและติดตามในแปลงที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่อ่อนแอต่อโรคนี้ โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

คำแนะนำ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดของในภาคเหนือ ค่อนข้างเหมาะสมในภาตตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการระบาดที่ภาคกลาง จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอและปลูกข้าวแน่นของทุกภาค หากพบการระบาดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าว (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรคในภาคเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรคที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง แต่ควรสำรวจติดตามในแปลงที่มีการปลูกข้าวและพื้นที่ที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข6 และพันธุ์พื้นเมือง

หากพบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรค ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ให้ควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคตามคำแนะนำของกรมการข้าว เช่น ไตรไซคลาโซล หรือ คาซูกะมัยซิน หรือ อีดิเฟนฟอส หรือ ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม ตามอัตราที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

รายงาน ณ วันที่ 20 ก.ค. 59