สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว:Bureau of Rice Research and Development

การจัดการระบบนิเวศในนาข้าว PDF พิมพ์ อีเมล

เป็นแนวความคิดใหม่เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติกลับคืนสู่นาข้าว โดยการทำให้เกิดความหลากหลายของศัตรูธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตอื่นของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศนาข้าว โดยเฉพาะพวกตัวห้ำ ตัวเบียน พวกแมลงผสมเกสร ด้วยการให้มีพืชอื่นร่วมกับพืชข้าวบนคันนาหรือตามพื้นที่ว่างรอบแปลงนาเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกแมลงมีประโยชน์ในนาข้าว โดยเฉพาะพืชที่มีดอกสีเหลืองหรือขาวสำหรับให้แมลงช่วยผสมเกสรได้อาศัยน้ำหวานเป็นอาหาร เพื่อลดความเสียหายจากการทำลายของแมลงศัตรูข้าวและลดการใช้สารฆ่าแมลงในนาข้าวเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับระบบนิเวศนาข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวความคิดนี้มีการนำไปปฏิบัติของเกษตรกรในประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งประสบปัญหากับการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2548 การจัดการระบบนิเวศนี้จะประสบความสำเร็จในการลดความรุนแรงของการระบาดของแมลงศัตรูข้าวได้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ในการคิดหาพืชที่สามารถเพิ่มรายได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อผลผลิตข้าวและรวมกันทำทั้งชุมชน โดยตัวชี้วัดเสถียรภาพของระบบนิเวศวัดได้จากความหลากหลายจำนวนชนิดและปริมาณของแมลงมีประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น

ระบบนิเวศในนาข้าว


วัตถุประสงค์

ลดการใช้สารฆ่าแมลง และฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศในนาข้าวเพื่อการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน

แนวทางการศึกษา

1.  การสำรวจความทัศนคติและการยอมรับของเกษตรกร

  • สนทนากลุ่ม (focus group)
  • สัมภาษณ์เกษตรกรในพื้นที่และนอกพื้นที่แปลงวิจัยและแปลงสาธิต

2.  การจัดทำแปลงวิจัยและแปลงสาธิต

2.1  ติดตามการเคลื่อนย้ายของประชากรแมลงศัตรูข้าวในนาและการทำลายโดยใช้

  • กับดักแสงไฟ ติดไว้ที่บ้านเกษตรที่อยู่ใกล้นาข้าวเพื่อทราบช่วงเวลาการเข้านาของแลงศัตรูข้าว
  • ติดตั้งกับดักถังเหลือง เพื่อประเมินประชากรเพลี้ยกระดดสีน้ำตาลในนา
  • สวิงโฉบแมลง
  • สุ่มนับด้วยตาเปล่า

2.2  ประเมินความหลากหลายของแมลงมีประโยชน์ในนาข้าว และพืชร่วมรอบๆ แปลงนา โดยใช้

  • สวิงโฉบแมลง
  • เรื่องดูดแมลง

3.  การขยายผลการศึกษาไปสู่เกษตร

ตัวอย่างการจัดการระบบนิเวศในนาข้าว

 พืชบนคันนา ได้แก่ บวบ ถั่วฝักยาว มะระหวาน

พืชดอก ได้แก่ ดาสเรือง ตีนตุ๊กแก ทานตะวัน


ดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติม 




 

เตือนภัยศัตรูข้าว

สถานการณ์ศัตรูข้าวในรอบสัปดาห์ 14 - 20 ก.ค. 59

ภาคกลาง

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเรามีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต ไม่มีรายงานการระบาดในแปลงนา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท และพื้นที่ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรีรับผิดชอบ และมีรายงานพบการระบาดของโรคไหม้ในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอศรีมโหสถ ตำบลโคกไทย อำเภอนาดี ตำบลนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี ตำบลบ้านนาคำ รวมพื้นที่ 120 ไร่
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค จากรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ.ชัยนาท และราชบุรี และจากรายงานการระบาดใน จ.ปราจีนบุรี จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของโรคในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 โดยเฉพะในแปลงที่มีการปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวแพร่มีปริมาณสูงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ และพื้นที่ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์รับผิดชอบ ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค และจากรายงานความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ. แพร่ และนครสวรรค์ จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดของโรคในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวมีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวนครราชสีมา ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค จากรายงานความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคที่ จ.นครราชสีมา และรายงานการระบาดในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมจากกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เขตจังหวัดเลย ชัยภูมิ มุกดาหาร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค ได่แก่ ขาวดอกมะลิ 105 และกข6 โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคใต้

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชมี ปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวกระบี่ ไม่มีรายงานการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ในแปลงนา
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด

โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค และจากรายงานค่าความเสี่ยงของสภาพอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์ข้าวกระบี่ จึงควรสำรวจและติดตามในแปลงที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่อ่อนแอต่อโรคนี้ โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

คำแนะนำ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดของในภาคเหนือ ค่อนข้างเหมาะสมในภาตตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการระบาดที่ภาคกลาง จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอและปลูกข้าวแน่นของทุกภาค หากพบการระบาดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าว (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรคในภาคเหนือและภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการเกิดโรคที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง แต่ควรสำรวจติดตามในแปลงที่มีการปลูกข้าวและพื้นที่ที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข6 และพันธุ์พื้นเมือง

หากพบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรค ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ให้ควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคตามคำแนะนำของกรมการข้าว เช่น ไตรไซคลาโซล หรือ คาซูกะมัยซิน หรือ อีดิเฟนฟอส หรือ ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม ตามอัตราที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

รายงาน ณ วันที่ 20 ก.ค. 59